เกี่ยวกับเรา

เกี่ยวกับเรา

ค้อนและทั่งวางอยู่บนอุปกรณ์ก่อสร้าง

ค่านิยมหลักของเรา

เราทำงานทุกวันโดยยึดถือในค่านิยมหลัก’จากผู้ก่อตั้งของเรา ในด้านคุณธรรม คุณภาพ ความมุ่งมั่น และนวัตกรรมเป็นมากกว่าอุดมการณ์ที่เรามุ่งมั่นให้เกิดขึ้น สิ่งเหล่านั้นเป็นค่านิยมที่เรายึดถือทุ่มเท - ค่านิยมที่พบได้ในทุกผลิตภัณฑ์ บริการ และโอกาสที่เรามีให้

ข้าวโพดที่เก็บเกี่ยวแล้วจะถูกขนถ่ายเข้าไปในกระบะของรถบรรทุก

กลยุทธ์สู่ความสำเร็จของเรา

สำหรับผู้ที่เพาะปลูกและเก็บเกี่ยวบนผืนดิน สำหรับผู้ที่เปลี่ยนแปลงและสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้ผืนดิน สำหรับผู้ที่สร้างสิ่งต่างๆ บนผืนดิน จอห์น เดียร์มุ่งมั่นเพื่อความสำเร็จของคุณ เพราะอดีตของเรา ความชอบที่แรงกล้าของเรา และจุดมุ่งหมายของเราที่จะช่วยเหลือให้คุณได้รับผลกำไรและมีกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น จอห์น เดียร์จึงอยู่ในตำแหน่งที่โดดเด่นที่จะเป็นตัวเลือกในการเป็นผู้ให้บริการด้านอุปกรณ์

ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทใน ค.ศ. 1837 จอห์น เดียร์ ได้ส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อสนับสนุนผู้ที่ทำงานกับผืนดิน มาอ่านเรื่องราวในอดีตของเรา ว่าเราเรียนรู้อะไรมาบ้าง และเราใช้มันพัฒนาในทุุกๆ วันอย่างไร

  • 1837

    1837

    ที่แกรนด์เดอทัวร์ รัฐอิลลินอยส์ ช่างตีเหล็กชื่อจอห์น เดียร์ ได้ยินชาวไร่กังวลว่าคันไถของพวกเขานั้นถูกออกแบบมาเพื่อดินทรายของสหรัฐฯ ฝั่งตะวันออก ซึ่งมันใช้ไม่ได้กับดินที่แน่นของทุ่งหญ้าแพร์รี่ เดียร์ตอบสนองเรื่องนี้ด้วยการสร้างเบ้าหล้อมเหล็กกล้าที่ขัดมาเป็นอย่างดีจากใบเลื่อยที่หักแล้ว

  • 1838

    1838

    จอห์น เดียร์ ช่างตีเหล็ก กลายมาเป็น จอห์น เดียร์ ผู้ผลิตสินค้า ต่อมาเขาได้สร้างคันไถ 10 อันใน ค.ศ. 1839, 75 อันเครื่องใน ค.ศ. 1841 และ 100 อันใน ค.ศ. 1842

  • 1848

    1848

    หลังจาก 10 ปีในแกรนด์เดอทัวร์ จอห์น เดียร์หาหุ้นส่วนและย้ายไปที่โมไลน์ ที่ตั้งอยู่ที่แม่น้ำมิสซิสซิปปี ที่พลังของน้ำนั้นเป็นทางเลือกในการขนส่ง โรงงานผลิตคันไถที่พัฒนาล่าสุดของเขานั้นผลิตสินค้ามากขึ้นเป็น 2 เท่าในปีถัดไป

  • 1852

    1852

    จอห์น เดียร์ ซื้อหุ้นจากหุ้นส่วนของเขาขืนหลังจากมีความคิดเห็นไม่ลงรอยกันเกี่ยวกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ตอนที่ถกเถียงกันนั้นหุ้นส่วนบอกว่าลูกค้าจะซื้ออะไรก็แล้วแต่ที่พวกเขาผลิต แต่เดียร์ตอบว่า "พวกเขาจะไม่ซื้อของที่เราทำและคนอื่นจะมาแทนที่เรา และเราจะเสียลูกค้าไป"

  • 1858

    1858

    ธุรกิจดำเนินไปอย่างไม่มั่นคงในช่วงการเกิดสถานการณ์ความหวาดกลัวทางด้านการเงินทั่วประเทศ มีการใช้กลยุทธ์เพื่อหลีกเลี่ยงการล้มละลายด้วยการสับเปลี่ยนการเป็นเจ้าของและการจัดการในการบริหาร จอห์น เดียร์ ยังคงเป็นประธานบริษัท แต่อำนาจการบริหารนั้นส่งต่อไปยังชาร์ลส์ เดียร์ อา่ยุ 21 ปี เขาบริหารบริษัทต่อไปอีก 49 ปี

  • 1863

    1863

    เดียร์เริ่มสร้างอุปกรณ์เพื่อการเกษตรแบบขับขี่รุ่นฮอวค์อาย (Hawkeye Riding Cultivator) โดยการปรับแต่งเพิ่มอย่างแรกคือทำให้อุปกรณ์นี้เพื่อการขับขี่ได้ หนึ่งในนวัตกรรมนั้นคือหมุดไม้ที่จะแตกเมื่อไปชนกับของแข็งๆ เพื่อป้องกันพลั่ว ในค.ศ. 1950 เดียร์และบริษัทนั้นใช้คอนเซปต์เดียวกันในรถคันไถ เพื่อการใช้เครื่องจักรในการขับขี่ได้อย่างปลอดภัย

  • 1864

    1864

    จอห์น เดียร์ ได้รับสิทธิบัตรใบแรกของเขา เป็นของเบ้าหลอมที่ใช้ในการหล่อคันไถที่ทำจากเหล็กกล้า เขาได้รับสิทธิบัตรใบที่ 2 ต่อมาอีกไม่นาน และใบที่ 3 ใน ค.ศ. 1865

  • 1868

    1868

    หลังจากนั้น 31 ปี ในฐานะของหุ้นส่วนหรือเจ้าของเพียงผู้เดียว ธุรกิจก็ได้รวมเป็นบริษัทภายใต้ชื่อเดียร์แอนด์คอมปานี (Deere & Company) แรกเริ่มนั้นมีผู้ถือหุ้น 4 คนและจอห์นเดียร์นั้นเป็นเจ้าของหุ้น 65 เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมด

  • 1869

    1869

    ชาร์ลส์ เดียร์ และผู้ประกอบการ อัลวาห์ แมนเซอร์ นั้นได้ก่อตั้งสำนักงานสาขาแรกที่เมืองแคนซัส รัฐมิสซูรี ในฐานะตัวแทนจำหน่ายกึ่งอิสระ ถือว่านี่เป็นสาขาบุกเบิกของหน่วยงานเพื่อการขายของบริษัท ภายใน 20 ปี บริษัทมี 5 สาขาทั่วประเทศ

  • 1873

    1873

    จอห์น เดียร์ได้รับเลือกเป็นนายกเทศมนตรีของโมลีนและทำหน้าที่ในตำแหน่งเป็นเวลา 2 ปี เขาได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้พัฒนาสาธารณูปโภคในการขับขี่ อย่างเช่น ถนน ทางเท้า ไฟถนน และทางระบายน้ำ

  • 1876

    1876

    เดียร์ ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารูปกว้างกระโจนกับสำนักงานจดทะเบียนสิทธิบัตรของสหรัฐฯ ถือว่าเป็นเครื่องหมายการค้าที่ใช้ต่อเนื่องยาวนานที่สุดในบรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่ 500 บริษัทของสหรัฐฯ

  • 1877

    1877

    บริษัทเดียร์แอนด์แมนชัวร์ (Deere & Mansure Company) ถูกตั้งขึ้นในโมลีนเพื่อผลิตเครื่องหว่านเมล็ดข้าวโพด องค์กรแยกต่างหากจากบริษัทเดียวกันได้รับการตั้งชื่อเดียวกันแต่เป็นสาขาเมืองแคนซันซึ่งจะกลายมาเป็นส่วนของ เดียร์แอนด์คอมปานีใน ค.ศ. 1910 ทุกวันนี้อุปกรณ์ต่างๆ ยังคงผลิตจากโรงงานดั้งเดิมที่ จอห์น เดียร์ ซีดดิ้ง ที่เมืองโมลีน รัฐอิลลินอยส์

  • 1878

    1878

    เครื่องไถกิลพินซัลกี (Gilpin Sulky) นั้นถูกนำเสนอใน ค.ศ. 1875 เอาชนะเครื่องไถอื่นๆ ได้ 50 เครื่องในการทดสอบในพื้นที่การเกษตรที่การแสดงสินค้าปารีสยูนิเวอร์แซล (Paris Universal Exposition) โดยชนะที่หนึ่ง และได้รับถ้วยเซอเวอรส์ (Sevres) ซึ่งมีมูลค่า 1,000 ฟรังก์ ยอดขายของปีต่อมาเพิ่มขึ้นไปที่ 5,198 เครื่องและพุ่งสูงขึ้นไปที่ 7,824 เครื่องใน ค.ศ. 1883

  • 1881

    1881

    เดียร์แอนด์คอมปานี สร้างโรงไฟฟ้า ที่ร็อคไอแลนด์คันทรี เขาซื้ออุปกรณ์มาจากบริษัทบรุชอิเล็คทริค (Brush Electric) เครื่องกำเนิดไฟฟ้า 1 เครื่อง โคมเดี่ยว 16 ตัว สวิตช์ 1 ชุด และคาร์บอน 400 ตัวถูกติดตั้งโดยรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดมากกว่า 3,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นที่แรกในแถบนั้นที่มีไฟฟ้าใช้

  • 1883

    1883

    5 ผลิตภัณฑ์ที่ขายดีที่สุดระหว่าง ค.ศ. 1879 และ ค.ศ. 1883 คือ เครื่องไถชนิดเข็น เครื่องไถกิลพินซัลกี (Gilpin Sulky) เครื่องไถและทำลายวัชพืช พลั่วไถคราด และเครื่องไถพรวนดิน เครื่องไถแบบเข็นขายได้ (224,062 เครื่อง) มากกว่ายอดขายของอุปกรณ์อื่น 4 อย่างรวมกัน

  • 1886

    1886

    จอห์น เดียร์ ผู้ก่อตั้งเสียชีวิตในวัย 82 ปี ก่อนหน้านั้นไม่กี่เดือน เขาบอกกับใครคนหนึ่งว่า "ตลอดช่วงชีวิตที่ยาวนานของเขา คามสบายใจอย่างยิ่งของเขาคือการท่ี่เขาไม่เคยทำให้ใครเดือดร้อนโดยตั้งใจ และไม่เคยขายสิ่งแย่ๆ ในตลาด"

  • 1892

    1892

    จอห์น ฟรอห์ลิช ทดสอบรถแทรคเตอร์ใช้เครื่องยนต์เบนซินได้สำเร็จเป็นครั้งแรก ต่อในปี 1918 จอห์นเดียร์ได้ซื้อบริษัทวอเตอร์ลู แกสโซลีน เอนจิน

  • 1893

    1893

    การตัดแสดงสินค้านานาชาติโคลัมเบียนั้นถูกจัดที่ชิคาโก ชาร์ลส์ เดียร์ นั้นเป็นหนึ่งในสองของตัวแทนจากรัฐอิลลินอยส์ เขาสั่งทำรูปหล่อกวาง ที่ยังคงเห็นได้ในข้างนอกของหน่วยงานต่างๆ ของจอห์นเดียร์

  • 1895

    1895

    เดอะเฟอร์โรว์เริ่มตีพิมพ์ "วารสารเกษตรกรอเมริกัน" (A Journal for the American Farmer) นิตยสารนั้นถูกส่งต่อไปยังผู้อ่านถึง 4 ล้านคน ใน ค.ศ. 1912 ปัจจุบัน นิตยสารนี้ตีพิมพ์ใน 14 ภาษา และขายใน 115 ประเทศ ถือว่าเป็นแม็กกาซีนของเกษตรกรที่มีการอ่านอย่างกว้างขวางที่สุดในโลก

  • 1907

    1907

    เวลาผ่านไปอีกนาน เมื่อชาร์ลส์ เดียร์ เสียชีวิต บริษัทนั้นตกทอดยังวิลเลียม บัตเตอร์เวิร์ธ ลูกเขยของเขา ตลอด 21 ปีของการดำรงตำแหน่ง ยอดขายประจำปีนั้นเติบโตจาก 4.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไปเป็น 61 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และเดียร์นั้นกลายเป็นผู้นำของทั้งธุรกิจการเก็บเกี่ยวและรถแทร็คเตอร์

  • 1908

    1908

    เพื่อบริหารจัดการการส่งออกในภาพรวมของอุปกรณ์ทั่วโลก ฝ่ายส่งออกของ จอห์น เดียร์ ก่อตั้งในนิวยอร์คซิตี้ ค.ศ. 1911 แฟรงก์ ซิลโลเวย์ กลายเป็นผู้จัดการและเดินทางไปยังอเมริกาใต้ อังกฤษ ฝรั่งเศส ออสเตรีย และรัสเซีย

  • 1912

    1912

    หลังจากหลายปีของการควบรวมและซื้อกิจการ เดียร์แอนด์คอมปานีนั้นยังรสมถึง อุปกรณ์เพาะปลูก รถบักกี้ รถขนส่งสินค้า เครื่องฝังกลบเมล็ด อุปกรณ์เก็บเกี่ยวฟางและผลผลิต เพิ่มไปในผลิตภัณธ์ของบริษัท ยอดขายนั้นเติบโตจาก 5.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก ค.ศ. 1910 ไปเป็น 30.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ใน ค.ศ. 1913

  • 1918

    1918

    จอห์นเดียร์เข้าสู่ธุรกิจรถแทรกเตอร์ ช่วงกลางของการเริ่มต้นธุรกิจรถแทรกเตอร์ขับเคลื่อน 4 ล้อ เดียร์ได้ซื้อบริษัทวอเตอร์ลูแกสโซลีนเอ็นจิน ผู้ผลิตรถแทรกเตอร์วอเตอร์บอย บริษัทขายรถแทรกเตอร์ของวอเตอร์บอยได้ 5,634 คันในปีแรก

  • 1920

    1920

    ตลาดของรถแทรกเตอร์ที่ขยายตัวเกินไปและไม่มั่นคงส่งผลให้อุตสาหกรรมผลิตสินค้ามากเกินความต้องการ และมีของปลอมถูกขยายในตลาดมากมาย ด้วยเหตุนั้นเลยมีการทดสอบชื่อว่านีบราสกาแทรกเตอร์เทส (Nebraska Tractor Test) เพื่อสร้างมาตรฐานของรถที่อุตสาหกรรมผลิต การทดสอบหมายเลข 001 นั้นแสดงถึงแทรกเตอร์วอเตอร์ลูบอยของจอห์น เดียร์

  • 1927

    1927

    เดียร์ได้เสนอการผสมผสานระหว่างเครื่องยนต์ 35 แรงม้า หมายเลขสอง พร้อมกับกระบะขนาด 12 และ 16 ฟุต หนึ่งปีต่อมา เดียร์เพิ่มรุ่นหมายเลข 1 ซึ่งแล็กกว่า ที่โดเด่นด้วย ใบมีดขนาด 8, 10 และ 12 ฟุต

  • 1928

    1928

    วิลเลียม บัตเตอร์เวิร์ธนั้นถูกเเลือกเป็นปธะธานหอการค้าของสหรัฐฯ ทหารอากาศปลดประจำการในฐานะกับตันหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 1 ชาร์ลส์ เดียร์ วีแมน ถูกตั้งเป็นประธานบริษัทแทน บัตเตอร์เวิร์ธยังคงรักษาอิทธิพลในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการที่แต่งตั้งขึ้นใหม่

  • 1931

    1931

    จากเหตุการณ์เศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ บริษัทนั้นให้สินเชื่อชาวไร่กว่า 12 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และขยายเงื่อนไขของรถแทรกเตอร์และเครื่องจักรที่ใช้ในฟาร์มที่ถูกซื้อไปแล้ว สิ่งนี้ส่งผลให้ยอดขายตกลงกว่า 86% ระหว่างช่วง ค.ศ. 1930 และ 1932 แต่เป็นการซื้อใจชาวไร่ได้จำนวนมาก

  • 1934

    1934

    ถึงแม้จะประสบกับภาวะยากลำบากทางการเงิน เดียร์ยังคงนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงรถแทรกเตอร์โมเดล "A" และรุ่นคล้ายกัน แต่ขนาดเล็กกว่า โมเดล "B" นั้นถูกผลิตในปีถัดมา ทั้งสองโมเดลนั้นยังคงถูกผลิตจนกระทั่ง ค.ศ. 1952

  • 1935

    1935

    โมเดล "DI" นั้นเป็นรถแทรกเตอร์รุ่นแรกของจอห์นเดียร์ที่ออกแบบเป็นพิเศษเพื่อใช้ในอุตสาหกรรม ถูกนำเสนอ

  • 1937

    1937

    หลังจากฟื้นตัวจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ จอห์น เดียร์เฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี ด้วยการทำยอด 1 ปีได้บรรลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นครั้งแรกตั้งแต่บริษัทก่อตั้ง

  • 1938

    1938

    เฮนรี เดรย์ฟัสส์ นักออกแบบด้านอุตสาหกรรม ทำงานร่วมกับวิศวกรของเดียร์เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของรถแทรกเตอร์รุ่น "A" และ "B" การให้ความสำคัญสำหรับการออกแบบที่รวมเอารูปลักษณ์ที่โดดเด่นกับคุณค่าของประโยชน์ใช้สอยดั้งเดิมไว้ในฐานะที่ค่านิยมของจอห์น เดียร์เกี่ยวกับการรักษามาตรฐานของผลิตภัณฑ์ให้สูงไว้

  • 1942

    1942

    ชาร์ลส์ เดียร์ วีแมน ประธานบริษัทนั้นรับตำแหน่งพันเอกในกองทัพ เบอร์ตอน พีค รับตำแหน่งในฐานะประธานบริษัทชั่วคราว ก่อนกลับมาที่เดียร์อีกในปี 1944 วีแมนทำหน้าที่กำกับดูแลแผนกด้านเครื่องยนต์และอุปกรณ์การเกษตรของ ในฐานะกรรมการของผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสงครามเป็นระยะเวลาสั้น ๆ

  • 1943

    1943

    เดียร์ผลิตรถแทรกเตอร์สำหรับกองทัพ อาวุธยุทธภัณฑ์ อะไหล่อากาศยาน และคลังสินค้า รวมถึงและหน่วยซักล้างเคลื่อนที่ในช่วงสงครามโลกครั้งท่ี่ 2 จอห์น เดียร์ แบตตาเลียน นั้นประกอบด้วยพนักงาน และตำแทนจำหน่าย ที่คอยซ่อมรถถังในเบลเยียมและฝรั่งเศสในช่วงสงคราม

  • 1947

    1947

    รถแทรกเตอร์โมเดล "M" นั้นถูกสร้างโรงงานของจอห์น เดียร์ที่ดีบิวก์ สองปีถัดมา โมเดล "M" นั้นถูกผลิตเป็นรถตีนตะขาบที่เรียกว่า "MC" เมื่อเพิ่มใบมีดด้านหน้า รถดังกล่าวกลายเป็นรถแทรกเตอร์เกลี่ยดิน ผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์หลายอย่างนี้เป็นการเริ่มต้นธุรกิจการก่อสร้างและการป่าไม้ของจอห์นเดียร์

  • 1950

    1950

    รถเก็บฝ้ายหมายเลข 8 นั้นกลายเป็นเครื่องจักรแบบสองแถวที่มีเครื่องจักรในตัวแบบแรกในตลาด มันหมุนตะขออย่างรวดเร็วและเก็บเฉพาะใยฝ้ายจากผลฝ้ายโดยเก็บได้ 2-3 อันในแต่ละครั้ง 225

  • 1954

    1954

    จอห์น เดียร์ ผสมผสานงานเก็บและปอกเปลือกข้าวโพดเป็นครั้งแรก หัวเก็บข้าวโพดแบบ 2 แถว นั้นถูกนำเสนอเป็นคู่พร้อมกับโมเดล 45 คอมไบน์ ที่ทำให้ชาวไร่นั้นเก็บเกี่ยวข้าวโพดในไร่ขนาด 20 เอเคอร์ในการเก็บเกี่ยวรอบเดียว

  • 1956

    1956

    เดียร์สร้างโรงงานประกอบรถแทรกเตอร์ขนาดเล็กในเม็กซิโก และซื้อหุ้นจำนวนมากในบริษัทผลิตรถแทรกเตอร์ของเยอรมันเฮียนริชลานซ์ และบริษัทผลิตเครื่องเก็บเกี่ยวที่ไม่มีชื่อเสียงนักในสเปน ปัจจุบัน จอห์น เดียร์ นั้นทำธุรกิจทั่วโลกที่ดำเนินการใน 35 ประเทศ

  • 1957

    1957

    โมเดล 14T Baler นั้นมีชื่อเสียงในฐานะของสายพานม้วนฟ่องฟาง ด้วยเครื่องพ่นฟางสำหรับอุตสาหกรรมหมายเลข 1 ฟ่อนฟางสีเหลี่ยมขนาดเล็กจะถูกโยนลงในรถบันทึก ทำให้การเก็บเกี่ยวฟางนั้นเป็นงานที่ทำด้วยคนเดียวได้เป็นครั้งแรก

  • 1958

    1958

    เดียร์แนะนำแผนกอุปกรณ์กรรมใหม่ ที่เพียบพร้อมด้วยฝ่ายตัวแทนจำหน่าย และอุปกรณการผลิตครบวงจร รถตีนตะขาบรุ่น 440 นั้นเป็นเครื่องจักรที่ทำงานเกี่ยวกับดินที่สร้างมาเพื่อใช้งานในอุตสาหกรรมโดยเฉพาะเป็นครั้งแรก

  • 1958

    1958

    บริษัทให้สินเชื่อของ จอห์น เดียร์ ซึ่งเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือทางการเงินสำหรับการจัดซื้อของอุปกรณ์ จอห์น เดียร์ ภายในประเทศได้เริ่มดำเนินการ บริษัทนั้นรวมการจัดการสินเชื่อของร้านค้าสาขาต่างๆ และตัวแทนจำหน่ายไว้ด้วยกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและการแข่นขันในทางเลือกด้านสินเชื่อ

  • 1960

    1960

    รถแทรกเตอร์ในแบบ "ขุมพลังเจเนอเรชันใหม่" สี่รุ่น สร้างความสนใจได้อย่างล้นหลามในงานเดียร์เดย์ที่จัดขึ้นในแดลลัส แทรกเตอร์รุ่นใหม่ที่มี 4 และ 6 กระบอกสูบนั้นมีแรงม้ามากกว่าแบบ 2 กระบอกสูบที่เดียร์นั้นสร้างมานานกว่า 40 ปี

  • 1963

    1963

    แผนกอุปกรณ์เพื่อผู้บริโภคของธุรกิจสนามหญ้าในปัจจุบันนั้น เข้าสู้ตลาดด้วยรถแทรกเตอร์สำหรับสนามหญ้าและสวนรวมถึงอุปกรณ์พ่วงอย่างรถตัดหญ้าและเครื่องกำจัดหมิ

  • 1964

    1964

    ศูนย์บริหารเดียร์แอนด์คอมปานี ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ในปัจจุบันได้เปิดตัวขึ้น ได้รับการออกแบบโดย เอโร ซาริเนน สถาปนิคชาวฟินแลนด์ซึ่งจะชนะรางวัลทางด้านสถาปัตยกรรมหลายรางวัล

  • 1965

    1965

    รถไถจอห์น เดียร์ 440 สคิดเดอร์ นั้นทำให้การทำงานก้าวไปสู่อีกระดับของความสบายและปลอดภัยด้วย เพดาย เกราะด้านข้าง และกันชนหลัง มันโดดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และระบบการเลี้ยวแบบแบ่งตอนหน้าหลังอันทรงพลัง ล้อตุนกำลัง 42 แรงม้า และนำหนักรถ 5 ตันของระบบวิศวกรรมที่ทันสมัย

  • 1966

    1966

    จอห์น เดียร์ เปิดตัวกลไกเพื่อการป้องกันผู้ใช้รถแทรกเตอร์ในฟอร์มแบบไม่คิดค่าใช้จ่ายในเชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรก ภายหลังบริษัทนั้นแบ่งปันสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยให้กับอุตสาหกรรมโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

  • 1967

    1967

    การเพิ่มมาของระบบแยกการขับเคลื่นของตัวถัง (frame articulation) ทำให้พาหนะเคลือนที่ได้ในที่ชัน บนแนวกองฟาง ในร่อง ขนณะที่ล้อหลังนั้นยังตั้งอยู่บนพื้นที่ที่มั่นคง

  • 1971

    1971

    โฆษณารถขับเคลื่อนบนหิมะ "ไม่มีอะไรวิ่งได้ดีเหมือนเดียร์"™ ของผลิตภัณฑ์ใหม่จากโรงงานที่โฮริคอนของจอห์น เดียร์ สโลแกนโฆษณาดังกล่าวอยู่ยั่งยืนยาวนานกว่าตัวผลิตภัณฑ์รถขับเคลื่อนบนหิมะซึ่งมีขายในปี 1984

  • 1972

    1972

    รถแทรกเตอร์รุ่นไหม่ "Generation II" สี่รุ่นเปิดตัวสู่ตลาด โมเดลใหม่นั้นเพิ่มความปลอดภัยและความสบายในการทำงานด้วยตัวถัง Sound-Gard

  • 1977

    1977

    รถเก็บเกี่ยวไม้รุ่น 743 ของจอห์น เดียร์ ผสานความเร็วของล้อยางกับกับแขนยืด ซึ่งเบิกทางให้กับเครื่องเก็บเกี่ยวแบบทันสมัยในปัจจุบัน

  • 1979

    1979

    มีการเปิดตัวเครื่องเก็บเกี่ยวฝ้ายแบบ 4 แถว เครื่องแรกในภาคอุตสาหกรรม การทดสอบในพื้นที่การเกษตรชี้ให้เห็นว่าจะช่วยเพิ่มจำนวนที่เก็บเกี่ยวได้ถึง 85 เปอร์เซ็นต์

  • 1987

    1987

    Deere เฉลิมฉลองครบรอบ 150 ปี รายได้จากการเกษตรที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่องและยอดขายของ Deere ที่ลดลง นำไปสู่การขาดทุนสุทธิ 99 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

  • 1988

    1988

    มีการร่วมทุนกับบริษัทฮิตาชิของญี่ปุ่นเพื่อประกอบเครื่องขุดในสหรัฐฯ

  • 1992

    1992

    จอห์น เดียร์ เริ่มการผลิต พาหนะเพื่อประโยชน์ใช้สอยรุ่น Gator โมเดล 6x4 สามารถเหวี่ยงลังสินค้าขนาด 800 ปอนด์และลากลังที่หนัก 1,200 ปอนด์ได้

  • 1994

    1994

    รถแทรกเตอร์ซีรีส์ 8000 เปิดตัวมาตรฐานใหม่ในพลังของควบคุม ทัศวิสัย และการวางแผนการ รถแทรกเตอร์นำเสนอแชสซีที่จดสิทธิบัตรที่ได้รับการออกแบบให้เลี้ยวได้ในวงแคบที่สุดเพื่อใช้ในอุตสาหกรรม และชุดส่งกำลังและห้องโดยสารแบบใหม่

  • 1996

    1996

    เดียร์เสนอแพ็คเกจแผนที่แสดงค่าต่างๆ ในไร่ (yield-mapping) ระบบ GreenStar™ รวมอยู่ใน Maximizer™ ของซีรีส์ 9000 ทุกคัน นี่เป็นมอบการอ่านค่าของผลผลิตและความชื้นที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ข้อมูลของตำแหน่งที่ปรับแก้อย่างแตกต่างกัน การประมวลผลข้อมูล และการส่งต่อ และขีดความสามารถแผนที่แสดงค่าต่างๆ ในไร่

  • 1998

    1998

    เดียร์ซื้อโรงงานคาเมโค ผู้ผลิตอุปกรณ์เก็บเกี่ยวอ้อย และเป็นหุ้นส่วนบริษัทกับฮิตาชิคอนสตรัคชันแมชชีเนอรีจำกัด เพื่อผลิตเครื่องตัดไม้ที่ฐานมาจากรถขุดดิน การร่วมทุนของเดียร์-ฮิตาชิผลิตสินค้าในแคนาดา บราซิล และสหรัฐฯ

  • 2000

    2000

    จอห์น เดียร์ ซื้อกิจการ ทิมเบอร์แจ็ค ผู้ผลิตอุปกรณ์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมป่าไม้ชั้นนำของโลก และ วาราตาห์ผู้ผลิตเครื่องเก็บเกี่ยวผลผลิตทางป่าไม้ และกลายเป็นผู้นำของธุรกิจป่าไม้โดยไม่อาจโต้แย้งได้ จอห์น เดียร์ เปิดโรงงานผลิตรถแทรกเตอร์ใหม่ที่เมืองปูเน่ ในอินเดีย

  • 2006

    2006

    เปิดโรงงาน จอห์น เดียร์ เทียนจิน โรงงานผลิตระบบส่งกำลังใหม่ในเมืองเทียนจิน ที่ประเทศจีน ในปีถัดมาเดียร์ซื้อบริษัทผลิตรถแทรกเตอร์ในหนิงโป ประเทศจีน

  • 2009

    2009

    มีการเปิดตัวเครื่องเก็บเกี่ยวฝ้ายที่ม้วนใยฝ้ายไปด้วยขณะเก็บเกี่ยว นวัติกรรมของเครื่องจักรนั้นส่งมอบการเก็บเกี่ยวที่แบบไม่ติดขัดและฝ้ายที่มีคุณภาพขึ้น และลดการใช้อุปกรณ์เสริมในพื้นที่การเกษตร

  • 2010

    2010

    เดียร์เป็นบริษัทแรกที่จัดส่งเครื่องจักรด้านการก่อสร้างด้วยเครื่องยนต์สูงกว่า 175 แรงม้า ที่มีการรับรอง เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการปล่อยควันพิษ Interim Tier 4 ของสหรัฐฯ เครื่องเก็บเกี่ยวอ้อย 2 แถวของเดียร์รุ่นแรกนั้นถูกแนะนำที่งานแสดงสินค้าของบริษัทที่ใหญ่ที่สุดของลาตินอเมริกาในช่วงนั้น

  • 2012

    2012

    ใน ค.ศ. 2012 เดียร์แอนด์คอมปานีเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 175 ปี ของบริษัท นวัตกรรมนั้นตอบสนองความต้องการของชาวไร่และการเป็นรากฐานมากกว่า 175 ปีของความมุ่งมั่นกับบุคคลที่ทำงานผืนดิน

  • 2013

    2013

    นิตยสารสมิธโซเนียนเลือกคันไถของจอห์น เดียร์ ให้เป็นหนึ่งในของ 101 อย่างที่ผลิตจากอเมริกา คันไถนั้นคัดเลือกจากสิ่งประดิษญกว่า 137 ล้านอย่าง ที่เก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์และศูนย์วิจัยของสมิธโซเนียน 19 แห่งรวมถึงรายชื่อขงสิ่งของที่มีบทบาทในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ

  • 2014

    2014

    กลุ่มอินเทลลิเจนต์โซลูชันของจอห์นเดียร์นั้นยังทำให้การเพิ่มผลผลิตก้าวหน้าไปกว่านั้นด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีกับเครื่องมือต่างๆ ใช้ผลิตภัณฑ์ที่รวบรวม ส่งต่อ และจากคลังสินค้า จากนั้นนำมาวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งจะสนองความต้องการของโลกค้าต่อโลกที่ประชากรมากขึ้นทุกวันได้

   

ที่ตั้งสำนักงานทั่วโลก

   

ผู้ชายที่ใส่เสื้อจอห์น เดียร์สนทนากับผู้หญิงคนหนึ่ง

ทำธุรกิจกับเรา

จอห์น เดียร์พิถีพิถันในการเลือกซัพพลายเออร์และตัวแทนจำหน่าย ทั้งสองฝ่ายต้องสนับสนุนค่านิยมองค์กรของจอห์น เดียร์ อย่างเต็มที่: คุณธรรม คุณภาพ ความมุ่งมั่น และการสร้างนวัตกรรม ถ้าสิ่งดังกล่าวเป็นวิธีที่คุณใช้นิยามธุรกิจของคุณและหลักจริยธรรมการทำงานของคุณ คุณจะได้รับประโยชน์จากความสัมพันธ์ที่มีกับจอห์น เดียร์